สารต้านไวรัส( Antiviral drugs ).


68 views
Uploaded on:
Category: Product / Service
Description
สารต้านไวรัส( Antiviral drugs ).
Transcripts
Slide 1

สารต้านไวรัส( Antiviral medications ) ความรู้เรื่องยาต้านไวรัสค่อนข้างพัฒนาช้า ทั้งนี้เพาะความสำเร็จส่วนใหญ่เกิดจากการใช้วัคซีนการศึกษาค้นคว้าจึงมุ่งไปทางด้านการพัฒนาวัคซีนแต่การใช้ยังมีปัญหา เช่น ไว รัสกลุ่มเฮอร์พีส ซึ่งระยะแฝงตัวสงบในเซลล์ ทำให้เกิดอาการโรคเป็น ๆ หาย ๆ และอาจเป็นสาเหตุของมะเร็ง ความพยายามผลิตยาส่วนใหญ่จึงเป็นยาสำหรับรักษาโรคติดเชื้อไวรัสกลุ่มเฮอร์พีส สำหรับไวรัสระบบหายใจ แม้จะมีวัคซีนสำหรับไข้หวัดใหญ่ แต่เชื้อไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะแอนติเจนอยู่ตลอดเวลา วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่จึงต้องเปลี่ยนให้ทันสมัย มิฉะนั้นจะไม่สามารถป้องกันโรคได้ การใช้ยาต้านไวรัสจึงอาจได้ประโยชน์กว่า

Slide 2

คุณสมบัติของสารต้านไวรัส 1. มีประสิทธิภาพฆ่าเชื้อไวรัสได้สูง โดยมีอาการข้างเคียงน้อย 2. เลือกทำลายหรือยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสเท่านั้น ไม่ทำให้เซลล์ โฮสต์ผิดปกติหรือมีอันตราย 3. สามารถละลายได้ดี ซึมซาบเข้าในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ 4. มีฤทธิ์กดระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายน้อยมากหรือไม่มี 5. ออกฤทธิ์กว้างขวางต่อไวรัสได้หลายชนิด

Slide 3

อะแมนตาดีนและไรแมนตาดีน ( Amantadine and Rimantadine ) เป็นสารสังเคราะห์ที่ออกฤทธิ์ป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ทัยป์ เอ โดยขัดขวางการเกาะติดเซลล์ของไวรัสและการปลดปล่อยกรดนิวคลีอิกของโปรตีนที่หุ้ม ( Uncoating ) ยาถูกดูดซึมได้ดีเมื่อให้ทางปาก และถูกขับถ่ายออกทางปัสสาวะในรูปที่ไม่เปลี่ยนแปลง

Slide 4

ประโยชน์ที่ใช้ ใช้ป้องกันโรคที่เกิดจากไข้หวัดใหญ่ทัยป์ เอ ( Influenz An infection ) โดยให้รับประทานทันทีในขณะที่มีการระบาด หรือเมื่อไปสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ ยาจะออกฤทธิ์ป้องกันได้ทันทีและสามารถป้องกันการติดเชื้อได้แม้จะเป็นเชื้อสายพันธุ์ใหม่โดยที่ถ้าฉีดวัคซีนจะต้องเลือกวัคซีนที่ตรงกับเชื้อที่ระบาด และต้องฉีดก่อน 1-2 เดือน จึงจะมีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้น พบว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่เชื้อสาย H3N2 บางสายพันธุ์ดื้อยานี้

Slide 5

ฤทธิ์และอาการไม่พึงประสงค์ อาการไม่พึงประสงค์จากยาานี้ไม่รุนแรง ส่วนมากพบอาการผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง ได้แก่ นอนไม่หลับ ตามัว ตาพร่า ซึมเศร้า มือสั่น บางรายมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปากแห้ง ปัสสาวะบ่อย อาจเกิดผื่นผิวหนัง อาการมักเกิดขึ้นในสัปดาห์แรกของการใช้ยา และถ้ามีอาการแล้วหยุดยาอาการจะหาย

Slide 6

รูปของยา ขนาดและวิธีการใช้ ถ้าใช้เพื่อหวังผลป้องกันไข้หวัดใหญ่ เช่นกันระยะที่มีการระบาด ให้พร้อมกับฉีดวัคซีนและให้ติดต่อกันอย่างน้อย 30 วัน ข้อควรระวัง ไม่ควรใช้ในหญิงมีครรภ์ คนชรา และคนที่เป็นโรคประสาทอยู่เดิม

Slide 7

ไอดอกยูริดีน ( Idoxuridine ) เป็นสารอนุพันธ์ของธัยมิดีน ( Thymidine ) ที่มีกลุ่มฮาโลเจน คือ ไอโดด์อยู่ด้วย ยานี้เป็นยาตัวแรกที่ให้ผลดีในการรักษาการอักเสบและแผลที่กระจกตา ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อเฮอร์พีส เหมาะที่จะใช้เป็นยาทาภายนอกเท่านั้น ไอดอกยูริดีนเมื่ออยู่ในรูปสารละลายจะคงทนอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนที่อุณหภูมิห้อง ยาอาจถูกทำลายได้ง่ายถ้าแสงสว่างและความร้อน จึงควรเก็บในตู้เย็น ถ้ายาอยู่ในรูปขี้ผึ้งจะเก็บไว้ได้นานถึง 2 ปี โดยไม่ต้องเก็บไว้ในตู้เย็น

Slide 8

ประโยชน์ที่ใช้ สำหรับรักษาการอักเสบที่บริเวณกระจกตา ( Keratitis ) ที่เกิดจากเชื้อเฮอร์พีส ซึ่งจะมีลักษณะเฉพาะเมื่อหยอดสีเรืองแสง จะเห็นแผลที่กระจกตาเป็นกิ่งก้านเหมือนรากไม้

Slide 9

ฤทธิ์และอาการไม่พึงประสงค์ อาจทำให้เกิดการอักเสบ เมื่อใช้หยอดหรือป้ายตา มีอาการบวมแดง คัน เสบ และเคืองตา ยาจะกดการเจริญของ Epithelial celi ทำให้แผลหายช้า เมื่อใช้ไปนาน ๆ เชื้อเฮอร์พีสอาจเกิดดื้อยาได้ ข้อควรระวัง ยานี้อาจมีอันตรายต่อทารกในครรภ์ ไม่ควรใช้ในหญิงมีครรภ์และในผู้ป่วยที่เป็นแผลลึกในกระจก ( Deep stromal corneal ulcer )

Slide 10

อะดีนีน อะราบิโนไซด์ หรือไวดาราบีนหรืออะรา-เอ ( Adenine arabinoside;Vidarabine;Aea-A ) เป็นยาที่ให้ผลในการรักษาเชื้อไวรัสกลุ่มเฮอร์พีสได้ดีมาก ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ดีเอนเอโพลีเมอเรสของไวรัส ยานี้ละลายน้ำได้ยาก เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกเปลี่ยนเป็นสารอะรา-ฮัยโปแซนทีน ( Arahypo-xanthine ) ซึ่งละลายได้ดี แต่มีฤทธิ์ต่อต้านไวรัสน้อยกว่าอะรา-เอ

Slide 11

ประโยชน์ที่ใช้ ได้ผลดีในการติดเชื้อไวรัสกลุ่มเฮอร์พีสทั้งในรายที่เป็นแผลที่กระจกตา รายท

Recommended
View more...